2551-07-23

งานประติมากรรมเทียนนานาชาติ ครั้งที่ 3
ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี

กำหนดจัดงาน 1 - 31 กรกฎาคม 2551
จังหวัดอุบลราชธานี

งานประติมากรรมเทียนนานาชาติ ครั้งที่ 3

สัปดาห์แรก วันที่ 1 - 6 กรกฎาคม 2551 "สานศิลป์ถิ่นอุบล"

  • พิธีเปิดงานแสดงประติมากรรมเทียนนานาชาติ ครั้งที่ 3 วันอังคารที่ 1 ก.ค. 2551 เวลา 19.00 น. บริเวณหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน)

  • เยี่ยมชมชุมชนและศึกษาเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมของชุมชนช่างและศิลปินท้องถิ่น ในการจัดทำต้นเทียน เพื่อเตรียมเข้าร่วมขบวน แห่เทียนพรรษาของเมืองอุบลซึ่งเป็นศาสตร์และศิลป์ชั้นเอกอย่างหนึ่งของประเทศไทย โดยการตกแต่งต้นเทียนดังกล่าวสามารถ เข้าชมได้ทั้ง 9 คุ้มวัด (เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-16 ก.ค. 2551)

  • ชุมนุมศิลปิน และนักเรียนนักศึกษาศิลปะ จากสถาบันศิลปะทั่วประเทศ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งศาสตร์แห่งศิลปะสากล และศิลปะภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรม "ปีท่องเที่ยวอีสาน" สำนักงาน ททท. ทั่วประเทศร่วมส่งเสริมการเดินทาง ท่องเที่ยวอีสานเมืองอุบล

  • ชมการเริ่มทำงานประติมากรรมเทียนของศิลปินนานาชาติ ร่วมหล่อเทียนประจำวันเกิดเพื่อเป็นพุทธบูชา การแสดงทางวัฒนธรรม/สาธิต/นิทรรศการศิลปกรรมต่างๆ ที่สำคัญของเมืองอุบล เช่น การแสดงเครื่งปั้นดินเผา อาหารพื้นบ้าน ขนมพื้นเมือง การแสดงธง ตุง พื้นบ้าน งานใบตองโบราณและผ้าพื้นเมือง บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี

งานประติมากรรมเทียนนานาชาติ ครั้งที่ 3

สัปดาห์ที่สอง วันที่ 7 - 13 กรกฎาคม 2551 "สานผลศิลปินนานาชาติ"

  • ชมการทำงานและแกะสลักของศิลปินนานาชาติ จำนวน 9 ประเทศ ประกอบด้วย เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น ตุรกี เม็กซิโก ยูเครน ลักแซมเบอร์ก อิตาลี อินเดีย และหนึ่งศิลปินชาวอุบลราชธานี (นิโรจน์ อยู่เมืองสุข) ต่างล้วนเป็นผู้มีผลงานในระดับประเทศที่ถูกคัดสรรแล้วและบางคนยังเป็นสมาชิกของสมาคมประติมากรโลก มาสร้างสรรค์ผลงานภายใต้แนวคิดรวมหนึ่งเดียว คือ "โลกเย็นที่ประเทศไทย" (Global cooling @ Thailand) ณ ลานประติมากรรมเทียนนานาชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี

งานประติมากรรมเทียนนานาชาติ ครั้งที่ 3

สัปดาห์ที่สาม วันที่ 14 - 20 กรกฎาคม 2551 "สานศาสน์เมืองพุทธศิลป์"

  • ชมขบวนแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่ ในวันที่ 18 ก.ค. 2551 และสามารถชมความสวยงามในยามค่ำคืนของขบวนแห่เทียนพรรษาได้ก่อนที่บริเวณรอบทุ่งศรีเมือง ในคืนวันที่ 17 ก.ค. 2551 พร้อมร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมเวียนเทียนในวันอาสาฬหบูชาตามพระอารามต่างๆ ทั่วเมืองอุบลฯ

  • ชมการแข่งขันแกะสลักเทียนระดับเยาวชนจากนานาชาติ จากกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงกว่า 40 คน ประกอบด้วย จีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม

  • ร่วมงานพาแลงประกวดธิดาต้นเทียนและการแสดงแสง-เสียง
    ถ่ายทอดสดขบวนแห่เทียนพรรษา ผ่าน www.tourismthailand.org ในวันที่ 18 ก.ค. 2551

งานประติมากรรมเทียนนานาชาติ ครั้งที่ 3

สัปดาห์ที่สี่และห้า วันที่ 21 - 31 กรกฎาคม 2551 "สืบศิลป์ในแผ่นดินธรรม"

  • ชมความงามของเทียนพรรษาจากทั่วจังหวัดอุบลราชธานีที่สร้างสรรค์ โดยศิลปินชาวอุบลฯ

  • ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่หนึ่งเดียวในโลกของงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี

  • ชมผลงานสร้างสรรค์ประติมากรรมเทียนที่เสร็จสมบูรณ์ของศิลปินนานาชาติ และชาวอุบลฯ ภายใต้แนวคิด "โลกเย็นที่ประเทศไทย" (Global cooling @ Thailand) ณ ลานประติมากรรมเทียนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดอุบลราชธานี จัดให้ชมฟรีไปจนถึง คืนวันที่ 31 ก.ค. 2551 แล้วทำพิธีหลอมละลายเทียนผลงานที่สร้างสรรค์คืนสู่ธรรมชาติต่อไป

ถ้ายังไงก็ขอเชิญเพื่อน ๆ ถ้ามีโอกาสก็เชิญไปเที่ยวชมงานได้จนถึงสิ้นเดือนนี้ค่ะ แล้วก็อยากให้ทุก ๆ คนอย่าลืมหาโอกาสไปทำบุญเพื่อสร้างกุศลให้กับตนเองและครอบครัวด้วยนะค่ะ

ส่งท้าย :ขอเชิญเพื่อนๆ ช่วยกันเข้ามาชม blog krirk-25 มาร่วมแสดงความคิดเห็นนะค่ะ ขอบคุณค่ะ /ขอบคุณครับ

2551-07-19

10 อาหารเสริมน่ารู้ สำหรับผู้ชาย


การเลือกซื้ออาหารเสริมให้กับตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายผู้ชายหลายคนคิดจะสรรหาวิตามินนับร้อย
มากินคู่กับอาหารมื้อหลักเพื่อชดเชยสภาวะขาดแคลนปริมาณสารอาหาร คนหนุ่มอีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าวิตามินหรืออาหารเสริมจะช่วยป้องกันโรคบางอย่างไม่ต่างกับการสร้างภูมิต้านทาน
ถ้าการมุ่งหน้าไปร้านขายยาเพื่อซื้ออาหารเสริมเพียงแค่ 1-2 ชนิด ทำให้คุณต้องวุ่นวายกับข้อมูลจำนวนมากจนไม่ สามารถจัดการกับข้อมูลหรือ อาหารเสริมที่ต้องการได้
การสอบถามจากคนรอบข้างและการหาข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยคุณได้มากในขั้นตอนของการตัดสินใจว่าอะไรคือ
อาหารเสริมที่คุณต้องการจริง ๆ

1. กรดโฟลิก(folic acid)มีคุณสมบัติช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลัน
และอาการเส้นเลือดในสมองแตกในผู้ชาย คุณจึงควรหันมาให้ความสนใจกินอาหารที่มีกรดโฟลิก
ซึ่งมีอยู่มากในผักใบเขียวทุกชนิด หรือหากต้องการบริโภคอาหารเสริมประเภทกรดโฟลิก การกินอาหารเสริมประเภทนี้ตามคำแนะนำของแพทย์จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
2. กระเทียม(Garlc) ช่วยลดความดันเลือด ลดคอเลสเตอรอลในร่างกายและช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือดได้ นอกจากนี้การบริโภคกระเทียมเป็นประจำจะทำให้ผลด้านไวรัส ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องเส้นเลือดสมองแตก
และลดความเสี่ยงของการเกิดอาการหัวใจวายและหากกินกระเทียมชนิดสดหรือกระเทียมที่นำไปปรุงอาหาร
เป็นประำจำได้จะเป็นการดีกว่าอาหารเสริมประเภทกระเทียม ควรจะเป็นทางที่สองสำหรับคุณ
3. สังกะสี(Ziuc)คุณอาจไม่ทราบว่าผู้ชายเป็นเพศที่สูญเสียปริมาณสังกะสีในร่างกายได้ง่ายเพราะทุกครั้ง
ที่มีการหลั่งน้ำอสุจิ สังกะสีปริมาณ 5 มิลลิกรัมซึ่งเป็นปริมาณมากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณสังกะสีที่ร่างกายต้องการต่อวันจะถูกขับออกไปด้วย ดังนั้น ผลเสียที่ตามมาจากการที่ร่างกายขาดสังกะสีก็คือ ความต้องการทางเพศลดลง และโอกาสที่จะเป็นหมันสูง
รวมทั้งสูญเสียประสิทธิภาพในการดมกลิ่นและัรับรส แหล่งที่มาของอาหารเสริมชนิดนี้ได้แก่ อาหารทะเลจำพวกหอยนางรม ถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืช และเนื้อสัตว์ ส่วนข้้อควรระวังสำหรับการกินแร่ธาุตุประเภทสังกะสีคือ ในกรณีที่คุณบริโภคสังกะสีมากกว่าวันละ 25 มิิลลิกรัมเป็นประจำอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และท้องผูกตามมา
4. โสม(Ginseng) มีประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นฟูพลังงานทั้งร่างกายและสภาวะจิตใจ เมื่อคุณอยู่ในอาการเคร่งเครียด โสมจะช่วยให้ระดับกลูโคสอยู่ในระดับเป็นปกติ ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย ช่วยให้สมาธิในการทำงาานดีขึ้น จากการวิจัย โสมยังช่วยยืดอายุเซลล์และมีประสิทธิภาพในการเพิ่มระดับฮอร์โมนเทส-โทสเตอโรนในเพศชายได้เป็นอย่างดี
5.น้ำมันปลา(Omega 3) จากการศึกษาพบว่า โอเมก้า3 มีกรดไขมันที่สำคัญหลายชนิดสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันเลือดสูงมีผลในการรักษาโรคที่เกิดจาก
การอักเสบเรื้อรัง และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย แหล่งที่มาของสารอาหารประเภทน้ำมันปลาตามธรรมชาติ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาแมคคอเรล ปลาเฮอริ่ง ปลาซาร์ดีน และปลาที่มีไขมันต่ำ แ่ต่หากบริโภคในปริมาณที่มากเิกินไปน้ำมันปลาก็จะเข้าไปเพิ่มระดับน้ำตาลซึ่งเป็นอันตรายสำหรับผู้ป่วย
ที่เป็นโรคเบาหวาน
6. กลูโคชาม์น ซัลเฟต(Glucosamine Sulfate) มีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของไขข้อ
การสร้างกระดูกอ่อน มีประสิทธิภาพในการป้องกันข้อต่อต่าง ๆในร่างกาย สามารถช่วยซ่อมแซมไขข้อ กระดูดอ่อน บรรเทาอาการเอ็นยึด และอาการกระดูกสันหลังเคลื่อน มีประโยชน์อย่างมากเมื่อใช้ในผู้ชายที่มีอาการปวดหลัง ข้ออับเสบ หรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
7. สารสกัดจากผลปาล์มอเมริกันแคระ ซอว์ พาลเม็ดโต(Saw Palmetto) สารสกัดจากผลปาล์มอเมริกันแคระ ช่วยบรรเทาอาการต่อมลูกหมากโตชนิดรุนแรงและช่วยกระตุ้นการหดตัว
ของต่อมลูกหมาก แต่ข้อเสียของสารสกัดนี้คือผลข้างเคียงที่จะทำให้ปัสสวะบ่อยขึ้น และหากยังไม่แน่ใจถึงวิธีการรับประทานควรปรึกษาแพทย์
8. แคตส์ คลอว์(Cats Claw) เป็นสารสกัดจากพืชชนิดหนึ่ง พบในอเมริกาใต้ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และำกำจัดเซลล์ผิดปกติ แถมยังป้องกันการอักเสบการติดเชื้อไวรัส ป้องกันมะเร็งและช่วยให้การทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวดีขึ้น
9. มิลค์ ทิสเซิล(Milk Thistle) เป็นของเหลวจากพืชชนิดหนึ่ง ช่วยป้องกันตับเป็นพิษจากปริมาณของแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป รวมทั้งช่วยสร้างเซลล์ตับขึ้นมาใหม่ จากการที่ตับถูกทำลายด้วยไวรัสตับเป็นพิษ ดังนั้น การกินมิลค์ ทิสเซิลมันน่าจะสำหรับผู้ชายที่ชอบดื่มหนักเป็นประจำ
10.อาหารเสริมกลุ่มแอนตี้ออกซิ-แดนท์(Antioxidants) อาหารเสริมกลุ่มนี้มีคุณสมบัติช่วยต้านหรือลดการทำงานของอนุมูลอิสระ ไม่ให้เกิดการเผาพลาญหรือไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายมากเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มชายที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอลฮอล์ รวมทั้งมลพิษต่าง ๆ
ในสภาวะแวดล้อมที่คุณต้องเผชิญ อาหารเสริมที่มีความจำเป็นในการใช้เพื่อต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินอี ซี และ ซิลีเนียม

นอกจากนี้ผลการวิจัยจากหลายสถาบันยังกล่าวด้วยว่า ผู้ชายที่กินซีลิเีนียมวันละ 200 มิลลิกรัม เป็นประจำ มีโอกาสเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก สำไส้ ปอด รวมทั้งมะเร็งอื่น ถึงร้อยละ 50 เลยที่เดียว

2551-07-15

9 เคล็ดลับช่วยประหยัดน้ำ



น้ำ


ด้วยภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ในตอนนี้ อะไรๆ ก็แพงขึ้นทุกวี่วัน การประหยัดพลังงานอย่างน้ำมัน ไฟฟ้า หรือน้ำ ก็ถือว่าเป็นการช่วยเซฟเงินในกระเป๋าเราได้วิธีหนึ่ง ถ้างั้นเรามาเริ่มที่เรื่องใกล้ตัวอย่างการประหยัดน้ำในชีวิตประจำวันกันก่อนเลย


1. อย่าเปิดน้ำทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ขณะล้างหน้า แปรงฟัน โกนหนวด หรือฟอกสบู่ และควรล้างผักผลไม้ จานชาม ในอ่างหรือภาชนะที่มีการเก็บน้ำไว้เพียงพอ เพราะการล้างด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อกน้ำโดยตรง จะใช้น้ำมากกว่าการล้างด้วยน้ำที่บรรจุไว้ในภาชนะถึงร้อยละ 50


2. ตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำ เพื่อลดการสูญเสียน้ำอย่างเปล่าประโยชน์ โดยปิดปั๊มน้ำและก๊อกน้ำทั้งหมด แล้วตรวจสอบมิเตอร์ดู ถ้าหากตัวเลขมิเตอร์ยังเดินอยู่ก็แสดงว่ามีจุดรั่วไหล ให้ค่อยเช็กไปทีละจุดจนกว่าจะพบ


3. เราสามารถนำน้ำที่ใช้ล้างจานชาม ล้างแก้ว ล้างผัก ซักผ้า (น้ำสุดท้าย) มาใช้รดน้ำต้นไม้ได้อีกครั้ง


4. เวลามีแขกมาเยี่ยมที่บ้าน ให้เสิร์ฟน้ำแค่ประมาณ 70%ของแก้ว หรือใช้แก้วใบเล็กเสิร์ฟแทน เพราะบางคนดื่มน้ำไม่เยอะ หรือเราอาจจัดเตรียมเหยือกใส่น้ำไว้สำหรับเติมให้แขกบางคนที่ชอบดื่มน้ำเยอะ ก็ได้ เพราะการเติมน้ำทีละนิดย่อมดีกว่าเหลือทิ้ง


5. ไม่ควรใช้สายยางและเปิดน้ำไหลตลอดเวลา ในขณะที่ล้างรถ เพราะจะใช้น้ำมากถึง 400 ลิตร แต่ถ้าล้างด้วยน้ำและฟองน้ำในกระป๋องหรือภาชนะบรรจุน้ำ จะลดการใช้น้ำได้มากถึง 300 ลิตร ต่อการล้างหนึ่งครั้ง


6. ลดความถี่ในการล้างรถลง เช่น จากสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็เหลือแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยประหยัดน้ำได้โดยตรงเลยล่ะ


7. ถ้าที่บ้านคุณใช้โถส้วมแบบชักโครก ให้นำหินจำนวนหนึ่งหรือถุงพลาสติกใส่น้ำมาวางแทนที่น้ำในถังเก็บน้ำ ก็ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำสำหรับกดทำความสะอาดลงได้


8. ไม่ใช้ชักโครกเป็นที่ทิ้งเศษอาหาร กระดาษ สารเคมีทุกชนิด เพราะจะทำให้สูญเสียน้ำจากชักโครกมากไป เพราะน้ำในชักโครกต้องไล่สิ่งของลงท่อในปริมาณมาก แถมท่อยังอาจตันด้วย


9. ถ้าซักผ้าด้วยมือ ควรรองน้ำใส่กะละมังแค่พอใช้ อย่าเปิดน้ำไหลทิ้งไว้ตลอดเวลาที่ซัก เพราะจะสิ้นเปลืองกว่าการซักโดยวิธีการขังน้ำไว้ในกะละมัง

2551-07-13

ส่งงาน Quiz#1ฐานข้อมูลเบื้องต้น(2)แก้ไข

























รายชื่อผู้ร่วมงาน
492-04-1020 คุณเสาวลักษณ์ หิรัญพฤกษ์
502-04-5016 คุณวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ
502-04-5018 คุณชฎารัตน์ ดอกจันทร์
502-04-5043 คุณอาจิณ จิรวัฒน์ไพบูลย์
502-04-5045 คุณชัยยะ วิทยาวงศ์รุจิ
502-04-5047 คุณรักชนก จันทร์ทวีพร

2551-07-12

วิธีดูแลสมอง

1.1. พยายามขับถ่ายระหว่างเวลา 05.00 – 07.00 น.
2.2. กินอาหารเช้าระหว่าง 07.00 – 09.00 น. เพื่อให้เลือดรับสารอาหารไปเลี้ยงสมอง
3.3. กินโยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว ระหว่างเวลา 13.00 น. – 15.00 น. เพื่อล้างลำไส้เล็กและเปลี่ยนขยะในลำไส้เล็กให้เป็น บี 12 แล้วส่งไปบำรุงสมอง
4. 4. ล้างระบบดูดซึมด้วยสูตรมะละกอดิบต้มชงน้ำชา
5.5.ใช้กระเจี๊ยบแดงแห้งหรือสดต้มกับพุทราจีนแห้งใช้ดื่มน้ำเพื่อล้างไขมันในเลือดเป็นประจำ
6.6.กินน้ำกระชายแล้วดื่มน้ำใบบัวบกตาม จะช่วยบำรุงสมองได้โดยตรง
และผลไม้ชื่อลูกไข่เน่าเป็นผลไม้ที่
บำรุงสมองได้ดีมากหรือคื่นช่าย,เม็ดบัว,ลูกแปะก้วย
7.7.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

1.
1.
2.
8.

2551-07-07

คลอดแล้วจ้า

ชายตั้งครรภ์ชาวสหรัฐให้กำเนิดบุตรแล้ว


โดย กรมประชาสัมพันธ์ วัน ศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 22:07 น.


- นายโทมัส บีทตี้ ชายชาวอเมริกัน วัย 34 ปี ซึ่งเป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังออกรายการของพิธีกรชื่อดังโอปราห์ วินฟรีย์ เปิดเผยว่าเขาได้ตั้งครรภ์ และได้ให้กำเนิดบุตรแล้วเป็นเพศหญิงที่โรงพยาบาลในเมืองเบนด์ รัฐโอเรกอน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายบีทตี้ ซึ่งเดิมเกิดมาเป็นผู้หญิงและต่อมาได้รับการผ่าตัด แปลงเพศเป็นชาย แต่ไม่ได้ตัดมดลูกออก ได้ให้กำเนิดบุตรสาวด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งมีสุขภาพแข็งแรงดีทั้งคู่ นายบีทตี้ กล่าวหลังให้กำเนิดบุตรว่าสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจาก คนอื่นๆคือเขาไม่สามารถให้นมบุตรจากนมของเขาเองได้เหมือนมารดาทั่วไป เนื่องจากเขาได้ผ่าตัดเต้านมออกแล้ว.

2551-06-30

10 วิธีเข็คร่างกายก่อนชำรุด


สัญญาณ 10 ประการที่ร่างกายคุณฟ้องว่าคุณทานอาหารไม่เหมาะสม ร่างกายของคุณเกิดมีปฏิกิริยาตอบกลับมาเป็นผดผื่น คัน ผิวหนังลอก
เป็นขุยแล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณกำลังทานอาหารไม่ถูกต้องอยู่นะคะ วันนี้เราจึงนำสัญญาณ 10 ประการ ที่ร่างกายคุณฟ้องว่า คุณทานอาหารไม่เหมาะสมมาฝากกัน

1. ผิวหนังมีปัญหา

เช่น มีอาการคัน หรือลอกเป็นขุย แม้จะไม่ใช่ช่วงหน้าหนาว อาการเช่นนี้อาจเป็นลักษณะของการ ขาดวิตามิน A ผักและผลไม้ ที่มีสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียวเข้ม ล้วนแต่อุดมไปด้วยวิตามิน A เพียงพอที่จะทำให้ผิวคุณเป็นปกติ ไม่ควรทานวิตามิน A เสริมที่อยู่ในรูปแบบเม็ด เพราะการได้รับโดยตรงเช่นนี้มากเกินไปจะเป็นอันตรายได้

2. ผมไม่เงางาม
ในกรณีที่รุนแรง ผมของคุณจะไม่สามารถจัดทรงได้เลย เป็นผลมาจากการ ขาดโปรตีนและธาตุเหล็ก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นมังสวิรัติ หรือคนที่จำกัดอาหารอย่างมาก ดังนั้นคุณจึงควรที่จะทานอาหารที่มีกากใยควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ส่วนคนที่เป็นมังสวิรัติ ต้องได้สารอาหารจาก พืชผัก ข้าว และ ถั่ว ในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้โปรตีนทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่ขาดไป และเพิ่มเติมด้วยกะหล่ำดอก และผลไม้เปลือกแข็ง เช่น เกาลัด ถั่วแขก และถั่วเหลือง ซึ่งอุดมไปด้วยไบโอติน


3. ท้องผูก
เป็นอาการที่กำลังบอกคุณว่า คุณต้องได้สารอาหารพวก ไฟเบอร์ หรืออาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้ ต่าง ๆ อย่างน้อยวันละ 25 กรัม และดื่มน้ำให้มากขึ้น! ด้วย

4. ผายลมบ่อย (ตด...เหม็น)

แม้ว่าไฟเบอร์จะมีประโยชน์ แต่ถ้ากินมากเกินไป หรือได้รับสารอาหารประเภทนี้เร็วเกินไป เช่น กินถั่ว หรือไม้จำพวกที่มีฝัก เช่น กระถิน ทองหลาง ร่างกายของคุณจะผลิตแก๊สตามออกมามากกว่าอาหารที่ย่อยง่ายตามปกติ วิธีแก้ปัญหาคือค่อยๆ เพิ่มสารอาหารพวกไฟเบอร์อย่างช้าๆ ถ้าคุณเคยกินแค่เพียงวันละ 10 กรัม อย่าผลีผลามเพิ่มเป็น 25 กรัมในวันรุ่งขึ้น ในสัปดาห์แรกเพิ่มแค่เพียง 5 กรัม แล้วสัปดาห์ต่อมาค่อยเพิ่มอีก 5 กรัม

5. ข้อต่อมีเสียงดังหรือปวดบริเวณข้อต่อ
อย่าเพิ่งไปโทษโรคข้ออักเสบ อาจเป็นไปได้ว่าคุณ กิน ปลาน้อยเกินไป กรดไขมันประเภท! โอเมก้า 3 ที่พบมากในปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า จะทำให้ข้อต่อของคุณ เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะช่วยให้กระแสโลหิตไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการบวมและปวดบริเวณข้อต่อ

6. สเปิร์มน้อยลงไปมาก
ถ้าคุณกำลังพยายามที่จะมีลูกและมีปัญหาระดับของสเปิร์มต่ำกว่าปกติ อาจเป็นไปได้ว่าคุณ ขาดวิตามิน C ซึ่งเป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากการศึกษาพบว่า วิตามิน C ยังช่วยในการรักษาปริมาณและความสมบูรณ์ของตัวสเปิร์ม ด้วย Earl Dawson, Ph.D., ที่ University of Texas Medical Branch ที่ Galveston แนะนำว่าให้ ผู้ชายดื่มน้ำส้มอย่างน้อยวันละประมาณ 1 ลิตรทุกวัน โดยบอกว่าวิตามิน C มีส่วนช่วยป้องกันสเปิร์มจากอันตรายและความเสียหายในทุกๆ ด้าน
7. หัวใจเต้นผิดปกติ
หัวใจของคนเราเป็นกล้ามเนื้อที่มีการบีบตัวมากกว่า 100,000 ครั้งต่อวัน คงไม่สามารถทำงานอย่างสมบูรณ์แบบได้ตลอดเวลา แต่ถ้าอยู่ๆ คุณรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือเต้นๆ หยุดๆ โดยไม่มีเหตุผล ถ้ามีอาการเจ็บปวด หรือหน้ามืด เวียนศีรษะด้วย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที แต่ถ้าแพทย์พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แต่หัวใจคุณก็ยังมีอาการเต้นผิดปกติในบางครั้ง คุณอาจจะขาดสารอาหารพวกแม็กนีเซียมหรือโปแตสเซียม สำหรับโปแตสเซียม ให้ดื่มน้ำส้มวันละ 2-3 แก้ว ช่วงอาหารเช้าให้เพิ่มกล้วยเข้าไปในส่วนหนึ่งของเมนู สำหรับแม็กนีเซียม ให้ทานอาหารว่างที่เป็นพวกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวัน หรือเมล็ดฟักทอง และผักโขม เป็นอีกตัวหนึ่งที่มีแร่ธาตุช่วยในการทำงานของหัวใจ
8. ปวดเหงือก
ถ้าการเจ็บปวดเกิดจากการอักเสบก่อให้เกิดความเจ็บปวดและปัญหาของเหงือก แสดงว่าปากของ คุณกำลังต้องการแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ให้มาช่วยจัดการกับแบคทีเรีย ในปากที่มีอันตราย ให้กินโยเกิร์ตที่มีแบคทีเรียที่เราต้องการเป็นอาหารว่างในช่วงเช้า ของทุกวัน
9. กระดูกแตก
ถ้ากระดูกคุณแตกมากกว่า 2-3 ครั้งตั้งแต่โตเป็นผู้ใหญ่ อาจเป็นไปได้ว่ากระดูกของคุณ อยู่ในภาวะอ่อนแอ อาจมีสาเหตุมาจากการขาดวิตามิน D และแคลเซียมซึ่งเป็นตัวประกอบ ที่สำคัญในการสร้างกระดูก ผู้ชายก็ต้องการแคลเซียมมากเหมือน ๆ ผู้หญิง เพราะผู้ชายมักจะกินเนื้อมากกว่า ซึ่งอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสยิ่งร่างกายได้รับฟอสฟอรัสมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องการแคลเซียมมากขึ้นเท่านั้น อาหารที่อดมไปด้วยแคลเซียม ได้แก่ ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง โยเกิร์ต นม และเนยแข็ง (ไขมันต่ำได้ก็ดี)
10. ขี้ลืม
อาจเป็นได้ว่าคุณขาดวิตามิน B ในการศึกษาที่ USDA Human Nutrition Research Center in Boston นักวิจัยพบว่าผู้ชายที่มีระดับของวิตามิน B 6 B 12 และ B folate สูงในเลือด จะมีความทรงจำที่ดีกว่า จากการทดสอบพบว่าสารอาหารพวกนี้ช่วยให้สมอง ทำงานได้เต็มที่ และยังช่วยควบคุม homocysteine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวขัดขวางการที่เลือดจะไปหล่อเลี้ยงสมอง ถั่วเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน B 6 และโฟเลตมากที่สุด และไม่ต้องกังวลกับการขาดวิตามิน B 12 เพราะมีมากในเนื้อสัตว์และอาหารทะเล


หมั่นสังเกตตัวเองสักนิด แล้วจะรู้ว่าร่างกายของท่านเรียกร้องอะไร

2551-06-25


ไขปัญหา ความอยากกินเกินพิกัด

ความลับบางอย่างเกี่ยวกับการกิน ที่อาจช่วยให้คุณหยุดการสวาปาม พร้อมหยุดตัวเลขบนตาชั่งที่พุ่งขึ้นได้


Q : ทำไมฉันถึงอยากกินมากเฉพาะบางวัน


A : มันอาจเกี่ยวกับรูปแบบการกินที่ไม่แน่นอนของคุณ ถ้าคุณกินอาหารน้อยเกินไปร่างกายก็จะสร้างฮอร์โมนที่ชื่อว่าเกรห์ลิน (Ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นความอยากอาหารเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ แต่มันอาจใช้เวลาถึงสองวัน กว่าที่ผลของการงดมื้ออาหารจะปรากฏขึ้นจริงๆ หมายความว่าถ้าคุณงดอาหารกลางวันในวันจันทร์ คุณอาจรู้สึกหิวมากอย่างอธิบายไม่ได้ในวันพุธ

Q : ทำไมกินอาหารอิ่มแล้วจึงกินของหวานต่อได้ทุกที

A : มันเป็นเรื่องของความพึงพอใจต่อประสาทสัมผัสบางอย่าง ถึงคุณจะกินอาหารชนิดหนึ่งจนอิ่มแล้ว แต่ยังมีความอยากอาหารได้อีก เมื่อเห็นของใหม่อย่างอื่น กลไกนี้จะช่วยกระตุ้นให้คุณกินอาหารที่มีความหลากหลาย ผู้เชี่ยวชาญบอกเช่นนั้น แต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจทำให้เกิดการกินอาหารมากเกินไปด้วย

Q : ทำไมเราถึงตื่นตอนเช้าด้วยความหิวโหย ทั้งที่กินอาหารมื้อใหญ่ไปเมื่อวานเย็น

A : อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงสามารถกระตุ้นให้ร่างกายคุณผลิตอินซูลินมากเกินไป เป็นเหตุให้น้ำตาลในเลือดลดลง และทำให้คุณรู้สึกหิวมากอีกครั้งหนึ่ง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมโปรตีนจึงเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมความหิว มันไม่ได้ทำให้เกิดอาการแบบเดียวกับเวลาที่กินอาหารแป้งมากเกินไป

Q : ทำไมเราจึงรู้สึกอิ่มมากกว่าหลังกินของว่างที่มีแคลอรีสูง เที่ยบกับของที่แคลอรี่ต่ำ

A : ความจริงแล้วร่างกายของคนเราไม่ได้รู้สึกต่อแคลอรีในทันทีทันใดเช่นนั้น แต่มันจะรู้สึกต่อปริมาณของอาหารที่คุณกินเข้าไป ดังนั้น อาหารซึ่งกินพื้นที่ในกระเพาะมากกว่า อย่างเช่น องุ่น 2 ถ้วย (220 แคลอรี) แทนที่จะเป็นลูกเกด 1 ถ้วย (493 (แคลอรี) จะทำให้คุณอิ่มกว่า ทั้งที่มีแคลอรีน้อยกว่า

Q : การดื่มน้ำหนึ่งแก้วก่อนอาหารช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้นจริงหรือเปล่า

A : ไม่ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า การดื่มน้ำไม่ได้ลดจำนวนการกินของคุณ แต่ อาหารที่มีน้ำสูง เช่น ซุป ผลไม้ หรือผัก สามารช่วยให้คุณรับแคลอรีน้อยลงได้เพราะมันทำให้อิ่มมากกว่า และเมื่อนับแคลอรีต่อแคลอรี มันมีแคลอรีน้อยกว่าอาหารแห้งๆ

2551-06-19

7วิธีใช้บัตรเครดิตอย่างปลอดภัย




7 วิธีใช้บัตรอย่างปลอดภัย

โจรยุคนี้ไม่เพียงจ้องเงินสดในกระเป๋าของคุณเพียงอย่างเดียว บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ต่างก็เป็นของล่อตาล่อใจไม่แพ้กัน ดังนั้นมาเรียนรู้วิธีใช้บัตรอย่างปลอดภัยกันดีกว่า

1. เก็บบัตรเหมือนเงินสด เนื่องจากโจรร้ายสามารถใช้วิธีคัดลอกข้อมูลจากบัตรของคุณได้ และสามารถนำไปกดหรือรูดแทนเงินสดทันที (skimming) เผลอๆ โจรที่ได้บัตรไปอาจจะทำให้คุณเสียหายมากกว่าการโขมยเงินสดไปเสียอีก


2. เซ็นชื่อหลังบัตรทันที เพื่อให้พนักงานทางร้านสามารถเปรียบเทียบได้ว่า ลายเซ็นหลังกับลายเซ็นในสลิปตรงกันหรือไม่ และแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน


3. จดหมายเลขบัตรเครดิต เผื่อฉุกเฉินบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิตของคุณหาย เพื่อจะได้แจ้งอายัดบัตรได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและแจ้งความไว้เป็นหลักฐานให้เร็วที่สุด


4. พาสเวิร์ดขั้นเทพ อย่าตั้งรหัสส่วนตัวเป็นตัวเลขที่ผู้อื่นคาดเดาได้ง่าย เช่น พ।ศ। เบอร์โทรศัพ

วันเกิด เพราะอาจจะเป็นบุคคลใกล้ตัวที่โขมย หรือโจร อาจจะได้ข้อมูลจากกระเป๋าสตางค์ของคุณได้



5. ห้ามบอกหมายเลขบัตร มิจฉาชีพมักปลอมตัวเป็นธนาคาร โทรศัพหรืออีเมลมาสอบถามหลอกล่อให้คุณบอกหมายเลขบัตรเครดิต ซึ่งคุณห้ามบอกเด็ดขาดเว้นแต่จะเป็นการติดต่อจากคุณเข้าไปหาธนาคารเอง


6. เช็กสลิปราคา ตรวจสอบยอดเงินจากสลิปและราคาสินค้าก่อนที่จะเซ็น เพราะบางครั้งพนักงานทางร้านแอบกดยอดเงินเกิน ยามที่คุณไม่รู้ตัวและเฝ้ามองการรูดบัตรของพนักงานทุกขั้นตอน อย่าปล่อยให้พนักงานนำไปรูดในมุมที่มองไม่เห็น


7. ตรวจบัตรก่อนรับคืน

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...